รู้สึกตัว

Just another WordPress.com weblog

เรื่องที่ยังไม่ได้บอกกัน กรกฎาคม 12, 2009

Filed under: บันทึกประจำวัน — wilasinee @ 11:02 am
Tags:

จริงๆเราไม่ค่อยอยากคุยกับใครเยอะ
หนึ่งคือเพราะเราไม่ใช่คนชอบการเปลี่ยนแปลง
และไม่ชอบเอามากๆกับการที่มีคนมาทักว่า
ดูเปลี่ยนไปนะ หรือ นี่เธอ กลับไปเหมือนเดิมอีกแล้วเหรอ
(สังเกตดีๆว่าน้ำหนักมันไม่เหมือนกับตอนหลวงพ่อถามว่า
รู้สึกมั้ยว่าตัวเองเปลี่ยนไป… อันนั้นก็คนละความรู้สึกกัน ไม่สับสนนะ)

เดี๋ยววันนี้จะบอกทีละเรื่อง และหลายๆเรื่องเกี่ยวพันกัน
ถ้าอ่านแล้วยังคิดว่า เปลี่ยนไปนะ หรือ จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมทำไม
อันนี้ก็คงห้ามความรู้สึกกันไม่ได้ คิดว่าเราได้พยายามอธิบายแล้วก็แล้วกัน

1. เราซื้อรถแล้ว

เป็นรถมือหนึ่ง chevrolet optra 1.6 CNG รุ่นรองท้อป (เพราะรุ่นท้อปไม่ผลิตแล้ว)
รุ่นเดียวกับรถของหมอกุ๊กไก่ที่ซื้อตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน กุ๊กไก่รุ่นสีบรอนซ์ทอง
ตอนโทรไปปรึกษา กุ๊กไก่บอกว่า ยืนยันว่ารถดี แต่ให้เลือกสีบรอนซ์เงิน
(สีเดียวกับรถพี่ตุลย์) ดูจะเข้ากับเรามากกว่า วันที่เราซื้อ กุ๊กไก่กำลังเอารถไปซ่อม
เราก็ตกใจ ถามว่ารถดี ทำไมเอาไปซ่อม กุ๊กไก่บอกว่า เราจอดของเราดีๆ
เบ๊นซ์ก็มาชนตูด แล้วอ๊อพตร้าก้นบุบไปนิดนึง ส่วนหน้าเบนซ์ยุบเข้าไปครึ่งกระโปรง

ก่อนซื้อโทรหาแม่ ก็ตั้ังใจว่าถ้าแม่ไม่ให้ซื้อก็จะยกเลิก
แม่รับเรื่องแล้ววางสาย สักพักโทรมาใหม่ บอกว่าแม่กับพ่อคิดตรงกัน
“ลูกมันเหนื่อยมามากแล้ว ให้มันได้ทำตามใจตัวเองบ้างเถอะ”
แล้วบอกว่าจะส่งเงินมาให้อีกส่วนนึง แต่เราบอกไม่เป็นไร เราซื้อผ่อน
และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ห้าปีเราก็ผ่อนหมดและยังมีเงินเก็บไว้เปิดร้านยาใหม่ได้สบาย

2. เราจะเรียนยิงปืน

เรื่องนี้ต่อเนื่องและเป็นที่มาของการซื้อรถ สืบเนื่องจากลูกน้องคนหนึ่งไม่มาขึ้นเวร
โทรแจ้งกับเราว่าแม่มาหา ต้องดูแลแม่ เหลือเราขึ้นเวรกับเด็กใหม่อีกคน
ด้วยความสงสัย เราให้เลขาตามไปดูที่ร้านยาเขา กำชับไปว่า ถ้าอยู่ที่ร้านยา
ให้กลับมาขึ้นเวร (คนเราอยู่ด้วยกันไปนานๆ อ้าปากก็เห็นรูหูแล้ว
ว่าอันไหนโกหก และอันไหนพูดจริงจัง) เราจริงจังเรื่องการที่เธอละทิ้งหน้าที่
และพอเลขาเราไปถึง ก็พบเธอที่ร้านยาจริงๆ  อยู่กับคุณแฟนด้วย
พอเลขาเราไปบอกอย่างที่เราพูด คุณแฟนก็พูดเสียงขึงขัง
ประมาณว่า แมร่..ง จับผิดชิบหา.. โดนรอบที่แล้วยังไม่เข็ด
เดี๋ยวรอบนี้ให้คนไปตีหัวเลย
(รอบที่แล้วมอเตอร์ไซค์เราโดนทุบ แต่ไม่ต้องกลัวรอบนี้ทุบรถ
เพราะเราไม่ได้เอารถยนต์ไปจอดที่ที่ทำงาน)

เลขาเราปิดปากเงียบจนอีกหลายวันให้หลังค่อยมาบอกแบบอ้อมแอ้ม
เพราะกลัวว่าตัวเองจะโดนด้วย เพราะไปได้ยินแค่คนเดียว

เรื่องเราจะเรียนยิงปืน เลยเป็นเรื่องที่เปรยให้ลูกน้องฟัง
แค่ขู่ๆเท่านั้นแหละ ให้เขาพอรู้ว่าเราก็คงได้ยินอะไรมา
แต่เราก็จะไปเรียนจริงๆนะ เดินทางไปไหนมาไหนก็คงจะระมัดระวังขึ้น
ไม่กลับดึก ไม่ไปรถสาธารณะ ก็น่าจะพอช่วยได้บ้างล่ะ

ตอนนี้สถานการณ์ยังทรงๆทรุดๆ แต่ผู้ใหญ่ล้อมหน้าล้อมหลัง
ดูจะเพิ่มความรักและเอ็นดูขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ใช่เมตตามหานิยมอะไรนะ
เราบ้างานน่ะ

3. ตกลงเปิดตัวหนังสือเมื่อไหร่

พี่ชมพูโทรมา บอกว่า 18 สิงหาคม 2552 คอนเฟิร์ม!
ลองกาปฏิทินใหม่เนาะ ^^ ไม่ค่อยกล้าบอกเต็มปาก
กลัวมันเลื่อนอีก แต่เอาก็เอา เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นนั่นแหละ
รู้แต่ตอนแรกจะเทคคอร์สระยะสั้น เพิ่มน้ำหนัก ฝึกแต่งตัว ฝึกบุคลิก
เพื่อไปงานที่คิดว่าจะเปิดตั้งแต่ 1 ก.ค.
ก็เลื่อนไปป่านโน้น ตอนนี้เลยอ้วนขึ้น สวยค้าง
และหวังว่า steady state นี้จะคงทนจนถึงเดือนหน้าน่อ

4. เรายังไม่มีแฟนใหม่

อันนี้ไม่รู้จะบอกทำไม คืออยู่เฉยๆก็ได้
ใครจะคิดว่ามีความรักแล้วสวยขึ้นก็คิดไปเถอะ
แต่มันตะหงิดๆนะ  อยากสื่อสารให้ตรงกัน
และไม่ใช่การประกาศว่า ตอนนี้เราไม่มีใครนะ ให้เข้ามาจีบเลย
จำได้ว่า ตอนคุยกับพี่กอบเรื่องคนปองร้าย
พี่กอบให้หาเพื่อนไว้ไปไหนมาไหนด้วยกัน (แน่นอน ควรเป็นผู้ชาย)
เราตอบพี่กอบไปว่า “ถ้าต้องหาแฟนใหม่ อ้อยอมโดนตีหัวไปเลยดีกว่าพี่”

ชัดนะ

5. ไปงานแต่งงานออยมา

เป็นงานแต่งงานเพื่อนร่วมรุ่นคนเดียวที่คิดจะไปแสดงความยินดีกับมันนะ
(คือคิดแบบเชิงรุกน่ะ ส่วนเชิงรับใครจะเชิญก็เชิญมา ไปได้ก็จะไปนั่นแหละ)
เจอโรจน์ด้วย ความรู้สึกตอนที่เจอ ไม่ใช่ภาพสโลว์โมชั่นเจอกันแล้วมองตาค้าง
มีเพลงบรรเลง อะไรอย่างนั้น ไม่ใช่นะ พอดีมีคนบอก ว่าโรจน์นั่งตรงไหน
เราหันไปมอง แล้วก็เลี่ยงไปนั่งอีกมุมนึง แล้วก็นั่งดูออยกับพี่ต้อมทำพิธีผูกข้อมือ

เราก็ว่าเราโตพอที่จะไม่นั่งเพ้อฝันรำลึกถึงวันเก่าๆแล้วนะ แต่ความคิดมันผุดขึ้นมา
ตอนที่โรจน์บอกว่า เอางี้ เรียนจบห้าปีแล้วเราแต่งงานกัน ตอนนั้นเราโวยวายและงอแง
ว่าทำไมต้องห้าปี ทำไมต้องให้เรารอนานขนาดนั้น ซึ่งจริงๆ ณ วันนี้ ผ่านมาตั้งเกือบแปดปี
ถ้าเรายอมรอ มันก็ครบห้าปีไปตั้งแต่สามปีที่แล้วแล้วนะ

ที่เหลือมันไม่ใช่ความคิดแล้ว เป็นความเศร้าถาโถมจุกแน่นอยู่ในอก
ถัดจากนั้นแค่อึดใจเดียว ก็ฉุกคิดได้ว่า ใช่ความเศร้าของเราแน่เหรอ
ใช่ก็ได้ ไม่ใช่ก็ได้ แ่ต่ที่แน่ๆ มันไม่ใช่ของจริง มันไม่คงทนถาวรหรอก
ดูดีๆ เดี๋ยวมันก็เปลี่ยน อึดใจนั้นมันเลิกเศร้าเลยนะ เสร็จแล้วก็นั่งยิ้มอยู่คนเดียว
ไม่ได้ธรรมะก็คงไม่รอด ^^

ก็อยู่จนจบงานนะ โรจน์มากับภรรยา ไม่เหมาะและไม่สะดวกที่เราจะไปขออโหสิกัน
คู่ของออยและต้อมเหมาะสมกันดี เราว่าเป็นการยาก ที่ผู้หญิงคนนึง
จะได้ลงเอยกับผู้ชายสักคนที่เป็นคนดี และพร้อมจะดูแลเธอได้ตลอดชีวิต
เพื่อนๆทั้งหมดก็คงมาร่วมแสดงความยินดีกันด้วยเหตุผลนี้แหละ
แต่เอาเข้าจริง การแต่งงานเป็นคำตอบที่แท้จริงหรือเปล่า เราไม่รู้

เพราะมันเป็น plan A ที่เราตัดทิ้งไปแล้ว :p

6. ไปเรียนศิลปะการป้องกันตัว

ที่บ้านอารีย์ ไปช้า เลยไม่ได้ลง workshop กับเขา
ได้แต่นั่งดูครูเขาสอนเทคนิค ดูเอาเพลินๆนะ ไม่ได้จริงจังอะไร
เราว่าของแบบนี้มันต้องฝึกฝน มาซ้อมๆกันแค่ชั่วโมงเดียว ไม่ได้อะไรหรอก
แต่ดูๆไปแล้วเห็นความตั้งใจของครูฝึกและความเขินๆของพี่เลี้ยงบางคนนะ
ที่เจอคนไปมองรอบตัวเขามากขนาดนั้น
เห็นแล้วก็นึกถึงการเป็นพี่เลี้ยงนักภาวนาของตัวเอง
มันมีสถานะนึงที่ใกล้เคียงกัน คือความรู้สึกของคนอยาก”ให้”เหมือนๆกัน
คือให้วิชา ให้ความรู้ ให้ข้อคิด และแอบเห็นพี่เลี้ยงมีอาการ “กั๊ก”ไว้บ้าง
อย่างที่เราเองก็ทำ (แหะๆ) คือของบางอย่าง คนไม่ฝึกเอง ไม่ทำเอง
ให้เฉลยมันก็ไม่แฟร์ดิ ดีไม่ดีโดนผู้ร้าย(กิเลส) เอาไปกินหมด

นึกแล้วก็อยากไปปฏิบัติหน้าที่นะ แต่เวลาก็น้อยยยเสียเหลือเกิน -_-”

7. และอื่นๆ

อะไรอีกดี ว่าจะเขียนอีกหลายเรื่องแต่ชักนึกไม่ออก

– ยกเลิกโปรแกรม departures เพราะยังไม่อยากเข้าโรงหนัง
หวัด 2009 มันเสี่ยงนะ เลี่ยงอะไรได้ก็เลี่ยงเถอะ

– ได้ใบขับขี่แล้ว เอารถเข้าซองแบบคนคุมสอบและคนคอยลุ้นตะลึงงัน
เพราะมันเป็นการถอยเข้าม้วนเดียวจบ เลื่อนขึ้นมาจอด และหันไปบอกหมายเลขสอบ
คนคุมโอเค เลื่อนออกจากซองได้อย่างสวยงาม

อันนี้เขียนไว้เตือนตัวเองว่าทำได้ดีทีไรก็ชะล่าใจทุกครั้ง
ไม่เกิน 3 วันต่อมา เข้าซองที่หอตัวเอง ไถลไปครูดกับผนังตึก
ได้รอยด้านหน้ามา 2 รอยให้เจ้าของหอแซว
เขาก็ปลอบแหละ ว่ามีประกันชั้นหนึ่ง ไม่ต้องกลัวหรอก
แต่รอให้ได้แผลเยอะกว่านี้ก่อน ค่อยไปทำ

จิ… ไม่ให้มีเยอะกว่านี้หรอกน่า

พอแล้วล่ะ เหนื่อยๆ ไปล่ะ

 

9 Responses to “เรื่องที่ยังไม่ได้บอกกัน”

  1. fonword Says:

    : ) ใกล้วันเปิดตัว เตือนล่วงหน้าด้วยนะ

    – ทำไมคนดูดีขึ้นต้องทักว่ามีแฟน ก็มีส่วนเป็นไปได้บ้าง แต่ถ้ามีครอบครัวแล้วน้อยคนที่จะดูดี เห็นหน้าหงิกกันเป็นเปอร์เซนต์ที่มากกว่า อิอิอิอิ เออ..นี่มันเรื่องเบาๆ นี่นะ ไม่ใช่เรื่องคำนวณเปอร์เซนต์ : P

    ดูแลตัวเองดีๆ เ่น่อ

  2. wilasinee Says:

    ได้เลย🙂

    ขอบใจที่เป็นห่วงด้วยเน่อ ^^

  3. MacroArt Says:

    อ้อขับรถเก่งขึ้นนะ สามารถขับชนสิ่งที่อยู่กับที่ได้แล้ว😛

  4. mali Says:

    งืม ก็ระมัดระวังตัวก็แล้วกันนะ
    การตัดสินใจใช้ชีวิตของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน
    18 ยังไปได้ งืมๆ

  5. มิน Says:

    18 ส.ค. กี่โมงอ่ะอ้อ ตอนเย็นป่าวจ้ะ

    ป.ล. ดูแลตัวเองด้วยนะ น่ากลัวจัง…พยายามอย่าไปไหนมาไหนคนเดียวนะ

    • wilasinee Says:

      ยังไม่รู้เวลาเลยจ้า เห็นเค้าทำๆกันก็บ่ายแก่ๆนะ
      ไว้จะมาแจ้งเวลาแน่ๆนอนๆอีกทีน่อ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s