รู้สึกตัว

Just another WordPress.com weblog

ถัดจากแรงบันดาลใจ กรกฎาคม 12, 2009

Filed under: คอลัมน์ — wilasinee @ 5:40 am

(ภาพจาก http://inventorspot.com)

บรรยากาศขมุกขมัวปกคลุมไปทั่วแผ่นฟ้าระหว่างที่นั่งรถมาด้วยกัน
คนขับถามฉันว่า

“ลองดูท้องฟ้าข้างหน้าสิครับ พี่ดูแล้วรู้สึกยังไงบ้าง”

ฉันมองตาม ก่อนจะตอบตามหลักวิชาการ

“รู้สึกว่า ข้างหน้าฝนคงกำลังตก”

คนถามอึ้งไปนิด

“แล้วพอเห็นฝนตก พี่รู้สึกอะไรบ้างครับ”

“รู้สึกว่ามันเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ”

ฉันย้ำตามหลักวิชาการเดิม

“เหรอพี่ ผมนึกว่าคนอารมณ์ศิลปินแบบพี่

จะเห็นแล้วเศร้าหรือว่ามีจินตนาการออกไปไกลๆ อะไรอย่างนั้น”

“เปล่า แล้วเรารู้สึกยังไงล่ะ”

“ผมเห็นแล้วมันเหงา บางทีมันเศร้าจนอยากร้องไห้เลยล่ะครับ
เนี่ย บางอารมณ์ ผมก็รู้สึกว่า ผมนี่ก็อาร์ตตัวพ่อเหมือนกันนะ”

“นั่นไม่เรียกอาร์ตหรอก นั่นเรียกพวกอ่อนไหวง่าย”

ฉันบอกเรียบๆว่าแค่อ่อนไหวไม่ได้ทำให้คนเป็นศิลปินได้ง่ายๆ

คนถามดูเคลือบแคลงใจ ฉันจึงเริ่มอธิบายด้วยคำถาม

“รู้จัก โทมัส อัลวา เอดิสันมั้ย”

“รู้จักครับ คนประดิษฐ์หลอดไฟ”

“มันมีประโยคอมตะของเอดิสันอยู่ประโยคนึง

เค้าบอกว่า Genius is two percent inspiration,

ninety-eight percent perspiration

“พี่อย่าพูดภาษาอังกฤษกับผมสิครับ”

“อะไร จบตั้งป.โทแล้ว เก่งแล้วนะ แปลมาเลย”

“อัจริยะประกอบด้วยแรงบันดาลใจ 2% แล้วอีก 98%ไม่รู้แปลว่าอะไรครับ”

“Perspiration แปลว่า เสโท

“เหล้าเหรอครับ!”

“ไม่ใช่เหล้า นั่นมันสาโท เสโทแปลว่าเหงื่อ

รถติดไฟแดง คนขับแตะเบรกแล้วร้อง

“อู่ยย… เหงื่อตั้ง 98 เปอร์เซ็นต์เลยเหรอครับ”

“ใช่สิ ลองนึกให้ดี กว่าที่คนค่อนโลกจะเรียกชื่อคนๆนึงติดปาก
คนๆนั้นใช้ความพยายามมากแค่ไหน
คนทั่วไปอาจจะมองแสงจากปลายเทียนว่าอบอุ่นละมุนละไม
แต่เอดิสันมองแล้วเกิดแรงบันดาลใจว่า
ฉันต้องประดิษฐ์อะไรสักอย่าง ที่สว่างและติดทนนานกว่าเทียนเป็นแท่งๆ”

“เขาเริ่มจากแรงบันดาลใจก่อน”

คนขับหันมาสนับสนุนก่อนจะออกรถเมื่อไฟเขียวสว่าง

“ใช่ เขาเริ่มจากแรงบันดาลใจก่อน แต่หลังจากนั้น

เขาต้องคิดค้นวิธีการ และสรรหาวัสดุที่จะใช้ทำไส้หลอดไฟฟ้า

หาแล้วหาเล่า โยนทิ้งไปประมาณ 1,600 ชนิด

กว่าจะได้ไส้คาร์บอนที่สว่างนานสี่สิบชั่วโมง”

“ตอนนี้ที่สว่างได้เป็นปีเป็นไส้อะไรครับ”

“อย่าถามนอกเรื่องสิ เอางี้ เราก็ไม่รู้หรอกว่า

กว่าจะกลายมาเป็นหลอดนีออนตามบ้าน

ต้องผ่านความพยายามของใครต่อใครมาอีกมากมายขนาดไหน”

“อืมม ก็มาจากหยาดเหงื่อแรงงานจริงๆแหละครับ”

“ฟังเรื่องแวนโก๊ะต่อมั้ย ว่ากว่าจะเป็นศิลปินชื่อก้องโลก เขาผ่านอะไรมาบ้าง”

“เอาสิครับ”

ฉันเริ่มเล่า เราเริ่มการสนทนา เหมือนคนบนโลกอีกพันล้าน
ที่สามารถอาจหาญในการวิพากษ์วิจารณ์และให้ข้อคิดเห็น
แต่น้อยคนนักจะนำแรงบันดาลใจที่ได้ฟัง ได้พบ
มาลงมือปฏิบัติแล้วเกิดผลจริงจัง…

ฉันใดฉันนั้น ทุกครั้งที่ปิ๊งไอเดียอะไรสักอย่าง ก็อย่าลืมเตือนตัวเองนะคะ

ว่าเตรียม 98% เสโทไว้พร้อมแล้ว : )

หมายเหตุ : ลงในคอลัมน์ยารักษาใจ ฟาร์มาไทม์ ฉบับ ก.ค.-ส.ค. 52

 

3 Responses to “ถัดจากแรงบันดาลใจ”

  1. MacroArt Says:

    สาโทคือสุราแช่อ่ะ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s